การเลือกน้ำยาทาเล็บ และวิธีสังเกตุน้ำยาทาเล็บที่ไม่ควรนำมาใช้

การเลือกน้ำยาทาเล็บ และวิธีสังเกตุน้ำยาทาเล็บที่ไม่ควรนำมาใช้

การเลือกน้ำยาทาเล็บ และวิธีสังเกตุน้ำยาทาเล็บที่ไม่ควรนำมาใช้

การเลือกน้ำยาทาเล็บ หริอ สีทาเล็บ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทาเล็บชนิดแห้งเร็วที่มีส่วนผสมของ อะซิโตน (acetone) เพราะจะดึงความชุ่มชื้นไปจากเล็บของเรา ทำให้เล็บแห้งและลอกหลุดได้ง่าย และก่อนการทาเล็บทุกครั้ง ควรใช้น้ำยาเคลือบเล็บชนิดใสทาก่อนที่จะลงสี จะช่วยไม่ให้เล็บเสียความชุ่มชื่น และลดการสัมผัสกับสีทาเล็บโดยตรง ซึ่งอาจทำให้เล็บเหลืองได้ง่าย หลังจากนั้นเคลือบทับด้วยน้ำยาชนิดใสอีกครั้ง ก็จะช่วยให้สีทาเล็บติดทนนานยิ่งขึ้น

สีทาเล็บ หรือน้ำยาทาเล็บที่ไม่ควรซื้อมาใช้จะมีลักษณะดังต่อไปนี้

สีทาเล็บตกตะกอนแยกชั้น เราจะสังเกตได้ว่า จะเห็นสีแยกตัวออกจากกันเหมือน รอยร้าวบนกำแพง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้สีตกตะกอนนั้นเกิดจากการที่มีสีน้อยและถูกใช้น้ำยาผสมให้เจือจางเพื่อให้สีมีปริมาณที่มากขึ้นเราสามารถแก้ไขได้ด้วยการใส่ลูกหินลงไปเขย่าให้สีเข้ากันแล้วใช้งานแต่เราห้ามผสมน้ำยาอย่างอื่นลงไปเด็ดขาด สีทาเล็บที่มี เราจะสังเกตได้จากการที่เราต้องเอียงขวดไปมาเนื้อสีทาเล็บไหลช้าสาเหตุเกิดจากสีใกล้หมดอายุหรือเปิดขวดไว้นานจนเกินไปทำให้อากาศเข้าไปในขวดสีทาเล็บทำให้สีหนืดเราสามารถแก้ไขได้ด้วยการผสมน้ำยาผสมลงไปหนึ่งส่วนสี่ของน้ำยาทาเล็บที่มีอยู่ในขวด

อย่ามัวแต่คำนึงเรื่องความสวยอย่างเดียวจนละเลยการดูแลบำรุงเล็บ สีทาเล็บหรือน้ำยาทาเล็บ ไม่ว่าจะเป็นสีทาเล็บทั่วไปหรือว่าจะเป็นสีทาเล็บเจล ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับสาวๆที่ชอบทำเล็บหรือว่าช่างทำเล็บ เพราะว่านอกจากลูกค้าจะชอบต่อเล็บแล้วบางคนก็ชอบเปลี่ยนสีเล็บอยู่บ่อยๆ ดังนั้น สีทาเล็บจึงเป็นอุปกรณ์ทำเล็บที่ขาดไม่ได้เลย

ถ้าหากว่าสนใจเรื่องของการตกแต่งเล็บเพิ่มเติม หรือ ต้องการมีธุรกิจเล็กๆเพื่อต่อยอดในอนาคต ปัจจุบันมีสถาบันที่เปิดสอนเพ้นท์เล็บ สถานที่เรียนทำเล็บมากมาย ถ้าเราฝีมือไม่ดีก็ไม่มีลูกค้าเข้าร้าน ดังนั้นสำคัญคือการเรียนทำเล็บกับโรงเรียนสอนที่มีคุณภาพ ราคาอยู่ที่ 10,000-25,000 ต่อคอร์ส ส่วนใหญ่ในการจัดคอร์สเรียนก็จะสามารถทำให้ผู้เรียนเพ้นท์เล็บ เรียนต่อเล็บและการเรียนทำเล็บต่างๆนั้น จบมาสามารถทำงานเป็นและสามารถเปิดร้านได้